สวัสดีค่ะ หลังจากที่เราได้เที่ยวภูเขา เที่ยวทะเลกันไปแล้ว..
วันนี้เราจะไปเที่ยวน้ำตกกัน เย้ !
เริ่มกันเลยดีกว่า.... ปู้นๆ 🚊
1. น้ำตกไทรโยคใหญ่ จ.กาญจนบุรี

น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกคู่บ้านคู่เมืองของกาญจนบุรีมานาน
ครั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้รับความนิยมเรื่อยมา
ภายในอุทยาน คุณสามารถเช่าบ้านพัก
กางเต็นท์ ค้างคืนได้ มีร้านอาหารไว้คอยบริการ ทั้งยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อย ล่องแพชมความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
กางเต็นท์ ค้างคืนได้ มีร้านอาหารไว้คอยบริการ ทั้งยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อย ล่องแพชมความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
2. น้ำตกไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี
อยู่ริมถนนแสงชูโตช่วงกม. 59 แวะเที่ยวได้ แบบไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงเป็นนํ้าตกขนาดกลางๆ ที่อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นนํ้าสักเท่าไหร่แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่เวิร์กทีเดียว เพราะนอกจากนํ้าตกที่สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์เย็นสดชื่นแล้ว ณ จุดนี้ยังเป็นตลาดของฝากที่คึกคักโดยเฉพาะเมนูของทอด ทั้งกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด หมูทอด เนื้อทอด อีกทั้งยังมีร้านอาหารมากมายให้ฝากท้องแบบหิวเลือกได้และร้านขายของที่ระลึกที่ยืนยันว่าคุณได้มาถึงไทรโยคแล้ว
3. น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

หนึ่งในสามไอคอนน้ำตกของกาญจนบุรี สวยงามและสูงชันที่สุด
เกิดจากลำห้วยม่องไล่ ไหลลงจากยอดเขา น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี
อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม
บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ลักษณะของน้ำตกมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งออกเป็น 7
ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามของพรรณไม้นานาชนิด และเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้
ซึ่งชั้นน้ำตกที่โดดเด่นที่สุด คือ ชั้นที่ 7 เป็นชั้นบนสุด
ที่มีลักษณะการไหลของน้ำมองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณ 3 หัว
จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกอีกด้วย และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ
ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ผ่านป่าดิบเขาจุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม

น้ำตกแม่ยะ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันไหลลดลั่นลงมาประมาณ 30 ชั้น ไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบที่เต็มไปด้วยพรรณไม้สุดร่มรื่นหลายชนิด ส่วนบริเวณท้ายน้ำตกมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีก ด้วย

4. น้ำตกแม่ยะ จ.เชียงใหม่
น้ำตกแม่ยะ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันไหลลดลั่นลงมาประมาณ 30 ชั้น ไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบที่เต็มไปด้วยพรรณไม้สุดร่มรื่นหลายชนิด ส่วนบริเวณท้ายน้ำตกมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีก ด้วย
5. น้ำตกทีลอซู จ.ตาก

น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 900 เมตร เกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อทั้งสายที่ไหลแผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผากว้างกว่า 500 เมตร ก่อนที่จะทะยานลงสู่หน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สูงกว่า 300 เมตร เสียงดังกึกก้องบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ นับเป็นน้ำตกที่มีความยิ่งใหญ่และสวยที่สุดในเมืองไทย โดยลักษณะเด่นของที่นี่ คือ น้ำใสสะอาด
ในฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด ซึ่งการเดินเที่ยวชมน้ำตกแต่ละชั้นต้องเดินผ่านสายน้ำขึ้นไป และต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะทำการปิดเส้นทางเดินรถ ยนต์ เนื่องจากการสัญจรลำบาก รวมทั้งเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน ซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปน้ำตกทีลอซู ควรติดต่อบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ โดยการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรกล่องเรือยาง ส่วนเส้นทางที่ 2 คือ เดินเท้าตามเส้นทางเดินรถ โดยนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์เดินทางเข้าในช่วงเวลาดังกล่าวต้องได้รับ อนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง
6. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หนึ่งในน้ำตกที่ติดอันดับความสวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจำนวน มาก ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากอำเภอเมือง 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์
โดยน้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน, ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น, ชั้นที่ 3 วังหน้าผา, ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว, ชั้นที่ 5 ไหลจนหลง, ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ และชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความสวยงามต่างกันไป ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี
7. น้ำตกสาริกา จ.นครนายก

เป็นน้ำตกในเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3050 อีก 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง
8. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในจังหวัดสระบุรี มีพื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับกับพื้นราบ ลักษณะพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าปลูกและผืนป่าที่ฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่ถูกทำลายบุกรุกป่ามาก่อนและได้รับการปลูกทดแทนฟื้นฟู ในภายหลัง พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตสวนป่าหลังเขา-ท่าระหัด จังหวัดสระบุรี และพื้นที่แปลงปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบรอบ 50 ปี โดยรอบทั้งหมดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย และเนื่องจากมีถนนล้อมรอบ พื้นที่จึงถูกตัดขาดจากป่าอนุรักษ์แห่งอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ไม่มีผืนป่าธรรมชาติแห่งอื่นต่อเนื่องหรือใกล้เคียงเลย ทำให้ไม่มีการแลกเปลี่ยนสายพันธุ์พืชและสัตว์ป่ากับธรรมชาติ ความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าจึงมีค่อนข้างน้อย
ชื่อของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีที่มาจากชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของตัวน้ำตกที่มีชื่อว่า “บ้านสาวน้อย” ครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ได้พบกับน้ำตกมีจำนวน 7 ชั้น ในบริเวณดังกล่าว จึงได้ตั้งชื่อน้ำตกว่า “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” ตามชื่อของหมู่บ้านและจำนวนชั้นของน้ำตกที่ได้ค้นพบ
9. น้ำตกนางรอง จ.นครนายก

น้ำตกนางรอง ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่น น้ำ การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ ทางเข้าน้ำตกนางรองมีร้านค้ามากมายให้บริการมีลานจอดรถให้เลือกหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะพยายามขับเข้าไปให้ลึกที่สุดจะได้เดินไม่ไกล เมื่อจอดรถแล้วแนะนำให้มาไหว้ฤๅษีลับแล และฤษีกัตปะ อยู่ในอาศรมแห่งนี้ก่อนที่จะไปเที่ยวน้ำตกอย่างสบายใจ
10. น้ำตกกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช

น้ำตกกรุงชิง ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มาของชื่อจาก ต้นชิง พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก
ส่วนรูปแบบการท่องเที่ยวจะเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 3.7
กิโลเมตร โดยจะเดินทางผ่านป่าดิบชื้นแน่นทึบ
ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตาน่าสนใจมากมาย ระหว่างเส้นทางมีศาลาที่พัก
ส่วนบริเวณน้ำตกกรุงชิงมีทั้งหมด 7 ชั้น มีความสูงลดหลั่นกันลงมา
ซึ่งชั้นน้ำตกที่โดดเด่นที่สุด คือ ชั้นที่ 2
มีลักษณะเป็นสายน้ำไหลลัดเลาะเลียบหน้าผาหินลงมาอย่างงดงาม
บวกกับความเขียวชอุ่มของนานาพรรณไม้และพันธุ์ไม้หายากบริเวณน้ำตก
รวมทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งดูนกหายากหลายชนิดอีกด้วย
11. น้ำตกเหวนรก จ.นครราชสีมา
น้ำตกเหวนรก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ระยะการเดินทางขึ้นจากเขาใหญ่ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24
มีทางเดินเท้าไปน้ำตกเหวนรกอีก 1 กิโลเมตร
ลักษณะของน้ำตกเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ
60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลสู่หน้าผา
ชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงประมาณ 150
เมตร ไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมาก
ซึ่งเส้นทางของน้ำตกชั้นที่ 2-3 ไม่ได้เปิดให้เข้าชมโดยทั่วไป
เนื่องจากเป็นทางเขาในป่าดงดิบ รวมทั้งมีสัตว์ป่าเดินออกมาหากินตลอด
หากจะเดินทางต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อความปลอดภัย
12. น้ำตกเขาสอยดาว จ.จันทบุรี

น้ำตกเขาสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อำเภอสอยดาว
น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กิโลเมตร มี 16 ชั้น
บริเวณธารน้ำตกมีผีเสื้อจำนวนมากเหมาะสำหรับการดูผีเสื้อและศึกษาพรรณไม้
สภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์เป็นต้นกำเนิดของธารน้ำหลายสาย
ไหลตกลงมาเป็นน้ำตกเขาสอยดาวขนาดใหญ่
ท่ามกลางป่าลึกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไปชม
ตลอดเส้นทางเดินชมน้ำตกมีทั้งความงามและความตื่นเต้นท้าทาย เช่น
ชั้นน้ำตกที่ต้องปีนผาไปตามรากไทรสูงราว 20 เมตร
กระทั่งถึงน้ำตกชั้นบนสุดซึ่งมีขนาดสูงใหญ่งดงามยิ่ง
นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นน้ำตกได้ถึงชั้นที่ 9 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนชั้นที่ 10-16 ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ใช้เวลาเดินอีก 1 ชั่วโมง บริเวณน้ำตกมีบ้านพักรับรองบริการนักท่องเที่ยว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก..
http://thai.tourismthailand.org/http://travel.kapook.com/ 













