21/11/58

.."เที่ยวน้ำตก" กันดีกว่า !

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เราได้เที่ยวภูเขา เที่ยวทะเลกันไปแล้ว..
วันนี้เราจะไปเที่ยวน้ำตกกัน เย้ ! 
เริ่มกันเลยดีกว่า.... ปู้นๆ 🚊

1. น้ำตกไทรโยคใหญ่  จ.กาญจนบุรี

 

          น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกคู่บ้านคู่เมืองของกาญจนบุรีมานาน ครั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้รับความนิยมเรื่อยมา ภายในอุทยาน คุณสามารถเช่าบ้านพัก
กางเต็นท์ ค้างคืนได้ มีร้านอาหารไว้คอยบริการ ทั้งยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อย ล่องแพชมความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

2. น้ำตกไทรโยคน้อย  จ.กาญจนบุรี


         อยู่ริมถนนแสงชูโตช่วงกม. 59 แวะเที่ยวได้ แบบไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงเป็นนํ้าตกขนาดกลางๆ ที่อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นนํ้าสักเท่าไหร่แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่เวิร์กทีเดียว เพราะนอกจากนํ้าตกที่สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์เย็นสดชื่นแล้ว ณ จุดนี้ยังเป็นตลาดของฝากที่คึกคักโดยเฉพาะเมนูของทอด ทั้งกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด หมูทอด เนื้อทอด อีกทั้งยังมีร้านอาหารมากมายให้ฝากท้องแบบหิวเลือกได้และร้านขายของที่ระลึกที่ยืนยันว่าคุณได้มาถึงไทรโยคแล้ว

3. น้ำตกเอราวัณ  จ.กาญจนบุรี

 
 
         หนึ่งในสามไอคอนน้ำตกของกาญจนบุรี สวยงามและสูงชันที่สุด เกิดจากลำห้วยม่องไล่ ไหลลงจากยอดเขา น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ลักษณะของน้ำตกมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามของพรรณไม้นานาชนิด และเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ ซึ่งชั้นน้ำตกที่โดดเด่นที่สุด คือ ชั้นที่ 7 เป็นชั้นบนสุด ที่มีลักษณะการไหลของน้ำมองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณ 3 หัว จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกอีกด้วย และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขาจุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม

4. น้ำตกแม่ยะ  จ.เชียงใหม่



        น้ำตกแม่ยะ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันไหลลดลั่นลงมาประมาณ 30 ชั้น ไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบที่เต็มไปด้วยพรรณไม้สุดร่มรื่นหลายชนิด ส่วนบริเวณท้ายน้ำตกมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีก ด้วย

5. น้ำตกทีลอซู  จ.ตาก

 

       น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 900 เมตร เกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อทั้งสายที่ไหลแผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผากว้างกว่า 500 เมตร ก่อนที่จะทะยานลงสู่หน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สูงกว่า 300 เมตร เสียงดังกึกก้องบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ นับเป็นน้ำตกที่มีความยิ่งใหญ่และสวยที่สุดในเมืองไทย โดยลักษณะเด่นของที่นี่ คือ น้ำใสสะอาด

       ในฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด ซึ่งการเดินเที่ยวชมน้ำตกแต่ละชั้นต้องเดินผ่านสายน้ำขึ้นไป และต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะทำการปิดเส้นทางเดินรถ ยนต์ เนื่องจากการสัญจรลำบาก รวมทั้งเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน ซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปน้ำตกทีลอซู ควรติดต่อบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ โดยการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรกล่องเรือยาง ส่วนเส้นทางที่ 2 คือ เดินเท้าตามเส้นทางเดินรถ โดยนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์เดินทางเข้าในช่วงเวลาดังกล่าวต้องได้รับ อนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง

6. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  จ.กาญจนบุรี


       น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หนึ่งในน้ำตกที่ติดอันดับความสวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจำนวน มาก ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากอำเภอเมือง 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

       โดยน้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน, ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น, ชั้นที่ 3 วังหน้าผา, ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว, ชั้นที่ 5 ไหลจนหลง, ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ และชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความสวยงามต่างกันไป ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี

7. น้ำตกสาริกา  จ.นครนายก


         เป็นน้ำตกในเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3050 อีก 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง

8. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย  จ.สระบุรี


       อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในจังหวัดสระบุรี มีพื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับกับพื้นราบ ลักษณะพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าปลูกและผืนป่าที่ฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่ถูกทำลายบุกรุกป่ามาก่อนและได้รับการปลูกทดแทนฟื้นฟู ในภายหลัง พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตสวนป่าหลังเขา-ท่าระหัด จังหวัดสระบุรี และพื้นที่แปลงปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบรอบ 50 ปี โดยรอบทั้งหมดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย และเนื่องจากมีถนนล้อมรอบ พื้นที่จึงถูกตัดขาดจากป่าอนุรักษ์แห่งอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ไม่มีผืนป่าธรรมชาติแห่งอื่นต่อเนื่องหรือใกล้เคียงเลย ทำให้ไม่มีการแลกเปลี่ยนสายพันธุ์พืชและสัตว์ป่ากับธรรมชาติ ความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าจึงมีค่อนข้างน้อย
      ชื่อของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีที่มาจากชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของตัวน้ำตกที่มีชื่อว่า “บ้านสาวน้อย” ครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ได้พบกับน้ำตกมีจำนวน 7 ชั้น ในบริเวณดังกล่าว จึงได้ตั้งชื่อน้ำตกว่า “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” ตามชื่อของหมู่บ้านและจำนวนชั้นของน้ำตกที่ได้ค้นพบ

9. น้ำตกนางรอง  จ.นครนายก

      น้ำตกนางรอง ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่น น้ำ การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ ทางเข้าน้ำตกนางรองมีร้านค้ามากมายให้บริการมีลานจอดรถให้เลือกหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะพยายามขับเข้าไปให้ลึกที่สุดจะได้เดินไม่ไกล เมื่อจอดรถแล้วแนะนำให้มาไหว้ฤๅษีลับแล และฤษีกัตปะ อยู่ในอาศรมแห่งนี้ก่อนที่จะไปเที่ยวน้ำตกอย่างสบายใจ

10. น้ำตกกรุงชิง  จ.นครศรีธรรมราช


       น้ำตกกรุงชิง ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มาของชื่อจาก ต้นชิง พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนรูปแบบการท่องเที่ยวจะเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร โดยจะเดินทางผ่านป่าดิบชื้นแน่นทึบ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตาน่าสนใจมากมาย ระหว่างเส้นทางมีศาลาที่พัก ส่วนบริเวณน้ำตกกรุงชิงมีทั้งหมด 7 ชั้น มีความสูงลดหลั่นกันลงมา ซึ่งชั้นน้ำตกที่โดดเด่นที่สุด คือ ชั้นที่ 2 มีลักษณะเป็นสายน้ำไหลลัดเลาะเลียบหน้าผาหินลงมาอย่างงดงาม บวกกับความเขียวชอุ่มของนานาพรรณไม้และพันธุ์ไม้หายากบริเวณน้ำตก รวมทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งดูนกหายากหลายชนิดอีกด้วย

11. น้ำตกเหวนรก  จ.นครราชสีมา

 

      น้ำตกเหวนรก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะการเดินทางขึ้นจากเขาใหญ่ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 มีทางเดินเท้าไปน้ำตกเหวนรกอีก 1 กิโลเมตร ลักษณะของน้ำตกเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลสู่หน้าผา ชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงประมาณ 150 เมตร ไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมาก ซึ่งเส้นทางของน้ำตกชั้นที่ 2-3 ไม่ได้เปิดให้เข้าชมโดยทั่วไป เนื่องจากเป็นทางเขาในป่าดงดิบ รวมทั้งมีสัตว์ป่าเดินออกมาหากินตลอด หากจะเดินทางต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อความปลอดภัย

12. น้ำตกเขาสอยดาว  จ.จันทบุรี


       น้ำตกเขาสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อำเภอสอยดาว น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กิโลเมตร  มี 16 ชั้น บริเวณธารน้ำตกมีผีเสื้อจำนวนมากเหมาะสำหรับการดูผีเสื้อและศึกษาพรรณไม้ สภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์เป็นต้นกำเนิดของธารน้ำหลายสาย ไหลตกลงมาเป็นน้ำตกเขาสอยดาวขนาดใหญ่ ท่ามกลางป่าลึกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไปชม ตลอดเส้นทางเดินชมน้ำตกมีทั้งความงามและความตื่นเต้นท้าทาย เช่น ชั้นน้ำตกที่ต้องปีนผาไปตามรากไทรสูงราว 20 เมตร กระทั่งถึงน้ำตกชั้นบนสุดซึ่งมีขนาดสูงใหญ่งดงามยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นน้ำตกได้ถึงชั้นที่ 9 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนชั้นที่ 10-16 ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ใช้เวลาเดินอีก 1 ชั่วโมง บริเวณน้ำตกมีบ้านพักรับรองบริการนักท่องเที่ยว
  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..

http://thai.tourismthailand.org/
http://travel.kapook.com/

5/11/58

"เที่ยวทะเล" กันดีกว่า .. ^^








หลังจากที่แนะนำสถานที่เที่ยวในหน้าหนาวไปแล้ว วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปทะเล๊ ทะเล อาบแดดกันดีกว่า.. ไปเริ่มกันเลยย ^^

1. เกาะมันนอก จ.ระยอง




เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในหมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จ.ระยอง โดยมี เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งมีพื้นที่เกาะโดยประมาณ 95 ไร่ "เกาะมันนอก"เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้... หาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สูดอากาศสดชื่นไปกับธรรมชาติสีเขียว เหมาะสำหรับมาเดินทอดน่องชมวิวและรับลมทะเล นอกจากนี้ในส่วนของบริเวณใต้ท้องทะเลรอบ ๆ เกาะ ยังมีแนวปะการังสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามได้อีกด้วย 


2. เกาะไม้ท่อน  จ.ภูเก็ต



เกาะไม้ท่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะส่วนตัวเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับท่อนไม้ พร้อมกับมีบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การจูงมือคนรักหรือครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก แถมยังได้รับสมญานามว่าเป็น "มัลดีฟส์เมืองไทย" เพราะมีหาดทรายสีขาวทอดยาว เคียงคู่ไปกับน้ำทะเลสีฟ้าสวยใสราวกับกระจก จนสามารถมองเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายได้อย่างชัดเจน และหากวันไหนโชคดีก็จะได้พบกับโลมาผิวมันเงาโผล่ขึ้นมาเล่นเกรียวคลื่นอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสภาพป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนมีปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก คราวนี้ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงมัลดีฟส์ในเมืองนอกแล้ว เมืองไทยของเราก็มี สวยงามไม่แพ้กันเลย


3.  เกาะกูด  จ.ตราด




เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ที่เงียบสงบเหมาะสำหรับคนต้องการพักผ่อนใกล้ชิดกับธรรมชาติ และด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และสวยงาม โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธาร ทำให้มีน้ำตกที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง อีกทั้งบนเกาะยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชายหาดเนียนละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด อีกทั้งยังมีป่าชายเลน แนวปะการังนานาชนิด รวมถึงระบบนิเวศใต้ท้องทะเลที่สมบูรณ์ จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" นอกจากนี้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านบนเกาะยังกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เสมอ
  
4. เกาะสิมิลัน  จ.พังงา



เรียกอีกชื่อว่า "เกาะแปด" เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ระดับน้ำในบริเวณรอบเกาะค่อนข้างลึก โดยเฉลี่ยประมาณ 100-120 ฟุต ใต้น้ำค่อนข้างสมบูรณ์ไปด้วยปะการัง กัลปังหา พัดทะเล กุ้งมังกร รวมถึงปลาประเภทต่าง ๆ หลายหลายสีสัน ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะจะมีอ่าวเล็ก ๆ ซึ่งอ่าวเกาะสิมิลันจะมีรูปโค้งเหมือนเกือกม้า และมีน้ำลึกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 ฟุต ใต้ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกองหินและแนวปะการัง มีปลาเล็ก ปลาน้อยมากมาย สภาพหาดมีความสวยงามเหมาะแก่การดำน้ำดูปลาและปะการังเป็นอย่างมาก

5.  เกาะเต่า  จ.สุราษฎร์ธานี




เป็นเกาะที่มีพื้นที่อยู่ในฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพะงัน อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเกาะจะมีลักษณะที่โค้งเว้าคล้ายกับเมล็ดถั่ว บ้างก็ว่าคล้ายเต่าก็สุดแล้วแต่จะจินตนาการ ซึ่งเกาะเต่าแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย"เนื่องจากเป็นเกาะที่เงียบสงบ มีธรรมชาติอันสวยงามมีความอุดมสมบูรณ์ มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีแนวปะการังที่ยาวถึง 8 กิโลเมตร อันเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลาหลากหลายชนิด ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับโลกแห่งหนึ่งในเรื่องของความงดงามและสีสันของโลกใต้ทะเล จนทำให้นักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างต้องมนตร์เสน่ห์และหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย

           ทุกวันนี้บนเกาะมีโรงเรียนสอนดำน้ำมาเปิดให้บริการหลายแห่ง ตลอดจนมีโรงเรียนสอนดำน้ำจากที่อื่น ๆ แวะเวียนมาใช้เกาะเต่าเป็นสถานที่ฝึกสอนกันอยู่เสมอ จึงทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ในบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะยังมีอีกเกาะที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ "เกาะนางยวน" เกาะเล็ก ๆ ที่มีสันทรายเชื่อมต่อกับเกาะเต่า (เกาะนางยวนคือหางเต่า) ในลักษณะเหมือนทะเลแหวก แถมยังเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังแบบใกล้ชิดที่สวยงดงามอีกแห่งหนึ่งด้วย

6.  เกาะกระดาน  จ.ตรัง




ขึ้นชื่อว่าเป็น "เป็นเกาะที่สวยที่สุดและมีชายหาดสวยที่สุดในทะเลตรัง" ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่เหลือเป็นของเอกชน ซึ่งความโดดเด่นอยู่ตรงที่มีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้นซึ่งทอดยาวจากชายหาดด้านเหนือถึงชายฝั่ง ตลอดจนตื่นตาตื่นใจไปกับฝูงปลาหลากหลายสีสันหลากหลายพันธุ์แหวกว่ายไปมากันอย่างรื่นรมย์ หากท่านใดสนใจเข้าพักบนเกาะก็มีที่พักบริการทั้งของเอกชนและอุทยานฯ

           นอกจากนี้เกาะกระดานยังมีชายหาดให้เที่ยวอีก 4 แห่ง คือ "ชายหาดเกาะกระดาน" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ มีชายหาดสีขาวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการัง จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะลิบง เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะเชือกได้ด้วย, "ชายหาดอ่าวเนียง" ตั้งอยู่ทางทิศใต้ เป็นหาดทรายสีขาวยาวประมาณ 800 เมตร นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำดูปะการัง ซึ่งมีให้เห็นตลอดแนวชายหาด, "ชายหาดอ่าวไผ่" ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 200 เมตร ด้านหน้าของชายหาดไม่มีแนวปะการัง แต่สามารถมองเห็นเกาะเชือก เกาะแหวน เกาะมุกสวยงามมาก และ "ชายหาดอ่าวช่องลม" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก อยู่เหนือที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3 ห่างไปประมาณ 800 เมตร สามารถเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกและสามารถมองเห็นวิวเกาะรอกได้อย่างชัดเจน

7. เกาะหลีเป๊ะ  จ.สตูล




ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่สำคัญในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดังราวี 2 กิโลเมตร โดย "หลีเป๊ะ" หมายถึง เกาะที่ราบเรียบคล้ายกระดาษ ซึ่งมีที่มาจากภาษาท้องถิ่นของชาวเล (ชนเผ่าอุรักลาโว้ย) บนเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง เกาะหลีเป๊ะกำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากมีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม รอบเกาะเต็มไปด้วยปะการังอันสมบูรณ์ หาดทรายขาวละเอียด จึงเป็นเสน่ห์เย้ายวนชวนให้นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติต่างเดินทางมาเหยียบย้ำผืนทรายที่เกาะแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี

           เกาะหลีเป๊ะประกอบไปด้วยหาดที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 หาด คือ "หาดพัทยา" ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปมากที่สุดเนื่องจากขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุด, "หาดซันไรส์" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเล, "หาดคาร์มา" ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้าเกาะอาดัง และ "หาดซันเซ็ท" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก หันหน้าเข้ารับแสงอาทิตย์ตามชื่อของหาด โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้บนเกาะยังมีที่พักเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเกาะอีกด้วย










        เป็นยังไงบ้างคะสำหรับทะเลเมืองไทย  น่าไปทุกทีเลยใช่ม้าา 
มืองไทยทะเลสวยๆเยอะแยะเลยไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ..  ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ :)






22/10/58

7 สถานที่ท่องเที่ยว ฤดูหนาว ยอดนิยม''

ลมหนาวใกล้เข้ามาเยือนแล้ว.. 
หลายๆคนอาจกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว  วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวติดท็อปที่นิยมไปเที่ยวในหน้าหนาว เผื่อจะได้เป็นตัวเลือกสำหรับหลายๆคนที่มีแพลนจะไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลยย !

ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์



ภูทับเบิก ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน UNSEEN THAILAND และเนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุด อีกทั้งยังปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ จึงทำให้สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศ 360 องศา โดยในบางเช้าจะมีทะเลหมอกขนาดใหญ่ลอยอยู่รอบ ๆ กินบริเวณกว้างอยู่ทางด้านทิศตะวันออกติดกับอำเภอหล่มเก่าสวยงามอลังการมาก ๆ จึงทำให้หน้าหนาวของทุกปีภูทับเบิกแห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่



ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้านเรียกว่า "กิ่วเสือ" ซึ่งเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านได้เข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงได้มาขอซื้อพื้นที่เข้าโครงการหลวงหนองหอย และได้มีการพัฒนาปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะของแคมปิ้งรีสอร์ท ซึ่งภายในมีม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท ที่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกสวยในยามเช้า สามารถมากางเต็นท์พักแรม พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของที่นี่ได้

อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย



อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว โดยภูเรือมีลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูง เป็นภูผาที่มีสีสันสวยงามสะดุดตา หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า "กว้านสมอ" โดยรอบสามารถมองเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ พร้อมกับกลุ่มหมอกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง จึงเป็นสวรรค์ชั้นยอดของเหล่าแบ็คแพ็กเกอร์ทั้งหลายที่จะมาสร้างแลนด์มาร์กปักหลังกางเต็นท์ของตัวเองกันเต็มพื้นที่ โดยทางอุทยานฯ มีการจัดพื้นที่กางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ 2 จุด ได้แก่ "ลานกางเต็นท์ที่ทำการอุทยานฯ" และ "ลานกางเต็นท์ภูสน"

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  จังหวัดเชียงใหม่



อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม กิ่งอำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ไปยังอำเภอจอมทอง 50 กม. ระยะทางประมาณ 50 กม. เลี้ยวขวาตามถนนสาย จอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ประมาณ 8 กม. ก็จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติที่บริเวณน้ำตกแม่กลาง และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติจะตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31 ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยจึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่ที่น่าสนใจในอุทยานฯมี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง ย้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีกมายมายหลายจุด

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย



ภูกระดึง เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบสูงโคราช ใกล้กับด้านลาดทางทิศตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเล 400-1,200 เมตร จุดท่องเที่ยวประทับใจได้แก่ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูด น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำสอเหนือ-ใต้ สระอโนดาด เป็นต้น

 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  จังหวัดอุตรดิตถ์




พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุมอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นดอยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะพบดอกไม้ป่า พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ สวยงามมาก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่น้ำตกภูสอยดาว และลานสน

ปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน



อ.ปาย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆ ยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ “ปาย” ได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้






หวังว่าคงจะถูกใจและเป็นทางเลือกเล็กๆน้อยๆให้สำหรับผู้ที่มีแพลนจะไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้ ขอให้เดินทางปลอดภัยและเที่ยวอย่างสนุกทุกๆท่านนะคะ  สวัสดีค่ะ




cr. http://travel.kapook.com/view103216.html , http://travel.mthai.com/region/northeast/65860.html
 

TRAVEL 4FUN' Template by Ipietoon Cute Blog Design